คณะแพทยศาสตร์ เพิ่มห้อง MRI เสริมความเป็นเลิศในการตรวจวินิจฉัย
เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 รศ.นพ.อภิชาติ จิระวุฒพงศ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธาน เปิดตัวเครื่องตรวจ MRI ความแรง สนามแม่เหล็ก 1.5 เทสลา เพิ่มศักยภาพและความแม่นยำในการตรวจวินิจฉัยโรค เพื่อมอบประสิทธิภาพสูงสุดให้กับผู้เข้ารับบริการ
เครื่อง MRI 1.5 เทสลา จะมีความสามารถในการตรวจหาโรคในอวยัวะต่างๆ ได้รายละเอียด และความคมชัดที่มากขึ้น ทำการตรวจได้มากชนิดภายในระยะเวลาการตรวจที่สั้นลง ครอบคลุมเกือบทุกส่วนในร่างกาย อาทิเช่น โรคทางสมอง โรคหัวใจ เต้านมสตรี ช่องท้อง กระดูกสันหลัง และไขสันหลัง อวัยวะในอุ้งเชิงกราน หลอดเลือดสมองและลำตัว ความผิดปกติของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อกระดูกส่วนต่างๆ เส้นเอ็นบริเวณข้อกระดูก เป็นต้น รวมไปถึงการตรวจอวยัวะอื่นๆ ที่ไม่สามารถตรวจพบด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) หรือในผู้ป่วยที่ไม่สามารถตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์และใช้สารทึบแสงได้ เช่น ผู้ป่วย ตั้งครรภ์ ผู้ป่วยแพ้สารทึบรังสี หรือผู้ป่วยในภาวะไตวาย
รวมทั้งมีซอฟท์แวร์พิเศษที่ทันสมัยเพื่อรองรับการตรวจวินิจฉัยแยกโรคที่มีความซับซ้อนได้ และการตรวจเทคโนโลยีใหม่ ได้แก่ MR elastography (MRE) ที่มีความไวและจำเพาะสูง สำหรับวินิจฉัยการมีเนื้อเยื่อ พังผืดในตับ ซึ่งบ่งบอกภาวะตับแข็งระยะเริ่มแรก หรือการบอกความผิดปกติของผนังหลอดเลือดสมอง เป็นต้น
นอกจากนี้ตัวเครื่องยังถูกออกแบบอุโมงค์ใหม่ให้ กว้าง สั้น ช่วยลดอาการกลัวการเข้าไปอยู่ในบริเวณแคบของผู้ป่วยได้ มีการฟังเพลงขณะตรวจช่วยผ่อนคลาย
หัวหน้าภาควิชารังสีวิทยา เปิดเผยว่า ปัจจุบันศูนย์ความเป็นเลิศ CT & MRI โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งใจเปิดบริการเครื่องตรวจสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพิ่มอีก 1 เครื่องรวมเป็น 3 เครื่อง เพื่อรองรับการให้บริการผู้ป่วยที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งเครื่อง MRI 1.5 เทสลา นี้ถือเป็นเครื่องที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน เพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัยโรคที่ซับซ้อน สามารถช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้แม่นยำสูงและนำไปสู่การรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถลดคิวการรอคอยตรวจของผู้ป่วยอย่างน้อย 1-2 เดือน ทั้งนี้จะเปิดให้บริการ วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. โดยให้บริการควบคู่ กับ MRI เดิม
ประกาศรับสมัครผู้ช่วยนักวิจัย 1 ตำแหน่ง
ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ประกาศรับสมัครผู้ช่วยนักวิจัยจำนวน 1 อัตรา
คุณสมบัติ :
– อัตราเงินเดือน เดือนละ 11,500 บาท
– วุฒิ ปวส. หรือเทียบเท่า
– หากเป็นชายต้องเป็นผู้ผ่านการเกณฑ์ทหาร หรือ ได้รับการยกเว้นการเป็นทหาร
– ไม่มีปัญหาเรื่องที่พักอาศัยและสามารถปฏิบัติงานนอกเวลาราชการได้
– มีความรู้ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์, โปรแกรมสำเร็จรูป MS Word, Excel,
Power Point, Internet และอื่นๆได้เป็นอย่างดี
– มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และมีความประพฤติดี มีมนุษยสัมพันธ์ดี
หลักฐานการสมัคร :
– รูปถ่าย 1 นิ้ว 1 ใบ ซึ่งถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี
– สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน
– หากเป็นชายต้องมีใบผ่านการเกณฑ์ทหาร (สด.8 หรือ สด.43)
– ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล (ถ้ามี)
Download ==> https://kku.world/a0pm2 หรือสแกน QR
ส่งใบสมัครมาที่ :
ธุรการภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 40002
โทร. 043 363614 หรือ 043 363178 ในวันและเวลาราชการ
สามารถส่งใบสมัครได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 11 มิถุนายน 64
สอบสัมภาษณ์ 18 มิถุนายน 64 และ เริ่มงาน 1 กรกฎาคม 64
Preparing for COVID-19 vaccinations in Europe
This may also work against the food’s desirability, according to Hagen. These feelings may unconsciously prompt us to think of such foods as tasting too good to be good for us. Nonetheless, marketers generally view such advertising as effective.
If it is not the way that pretty food activates the brain’s reward center, the study asks, “May the alluringly good-looking pizza actually seem healthier to you, by virtue of its aesthetics?”
People, foods, and objects strike us as classically pretty when they possess certain attributes, such as symmetry and self-similar patterns, that we consider beautiful in nature.
Hagen cites the example of Fibonacci series-based “golden spiral” patterns that appear in the repeating arrangements of plant leaves. In the case of food, the study asserts that people tend to associate food with a nature-based attractiveness as being better for them.
The first experiment involved tasking 803 participants with finding both “pretty” and “ugly” images of ice cream sundaes, burgers, pizza, sandwiches, lasagna, omelets, and salads. As expected, the participants rated the pretty versions of their foods as being healthier. They did not see tastiness, freshness, and portion size as influencing factors.
In another experiment, participants rated the healthiness of avocado toast. Before viewing images of the dish, individuals received information on the ingredients and price, which was identical for all of the examples.
Supporting the notion that attractiveness follows natural properties, individuals found the food was prettier when they were expecting an orderly, symmetrical, and balanced presentation in the image they viewed. Once again, the participants associated pretty foods with being more natural and more healthful.
To test the effect of attractiveness on purchasing behavior, Hagen asked 89 people if they would be willing to pay for either a pretty or an ugly bell pepper. Again, participants were more inclined to buy the better-looking pepper after judging it to be more natural- and healthful-looking. (They also expected it to taste better.)
Hagen also conducted a pair of online experiments using Amazon’s Mechanical Turk, confirming that only classical prettiness characteristics affected perceptions of the attractiveness of food.